อียูเรียกร้องสหราชอาณาจักร “รักษาสัญญา

สหภาพยุโรปเรียกร้องผ่านสมัชชายูเอ็น ว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเบร็กซิต หลังสภาในกรุงลอนดอน “อนุมัติ” ให้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน สามารถ “ก้าวข้ามเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ว่านายชาร์ล มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อวันศุกร์ โดยนอกจากกล่าวถึงวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 มาตรการตอบสนองของสหภาพยุโรป ( อียู ) ทั้งระดับภายในและภายนอกภูมิภาค ตลอดจนการเคารพและธำรงรักษาคุณค่าตามหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว มิเชลกล่าวถึง “การเคารพสนธิสัญญา และพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ” เรื่องเหล่านี้ “ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ แม้เคยอยู่ในสถานะผู้ร่วมก่อตั้ง หรือสมาชิกเก่าแก่ก็ตาม”

ทั้งนี้ มิเชลไม่ได้พาดพิงประเทศหนึ่งประเทศใดโดยตรง แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่อียูกำลังประสบ และบริบทของเนื้อหาทั้งหมดบ่งชี้ไปที่สหราชอาณาจักร จากการที่ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ “ระยะเปลี่ยนผ่าน” หลังสหราชอาณาจักรสิ้นสุดการเป็นสมาชิกอียูอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา และกรอบการเจรจาข้อตกลงระดับทวิภาคีฉบับใหม่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.ปีนี้

อนึ่ง สภาสามัญในกรุงลอนดอนมีมติเมื่อต้นเดือนนี้ รับรองคำแปรญัตติครั้งที่สอง เกี่ยวกับกฎหมาย “ตลาดภายใน” ซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน “ไม่จำเป็น” ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการที่ระบุอยู่ในข้อตกลงเบร็กซิตกับอียู แม้ผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวว่า “เป็นกลยุทธ์” เพื่อปกป้องพิธีการศุลกากรระหว่างไอร์แลนด์เหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร กับไอร์แลนด์ซึ่งเป็นสมาชิกอียู สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับฝ่ายบริหารในกรุงบรัสเซลส์
 
หากไม่สามารถตกลงกันได้ภายในสิ้นปีนี้ องค์การการค้าโลก ( ดับเบิลยูทีโอ ) จะเป็นผู้พิจารณา และชี้ขาดให้กับอียูและสหราชอาณาจักร ขณะที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร มีกำหนดแถลงต่อยูเอ็นจีเอในวันเสาร์ที่ 26 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น แม้เป็นคลิปที่บันทึกล่วงหน้า แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่าน่าจะมีการกล่าวถึงเรื่องเบร็กซิต

This entry was posted in News.