อนามัยโลกยันเอเชีย-แปซิฟิกยังไม่ได้วัคซีน

องค์การอนามัยโลกออกมาเปิดเผยว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับวัคซีนโควิด-19 จึงอยากให้ปรับแผนระยะยาวรับมือกับการแพร่ระบาดใหญ่

สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่า ดร.ทาเคชิ คาไซ ผู้อำนวยการอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงจาการ์ตาว่า การพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยเป็นเรื่องหนึ่ง กับการผลิตวัคซีนให้มีปริมาณมากเพียงพอและทุกคนเข้าถึงได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ขณะที่ ดร.โซโคร์โร เอสคาลันเต ผู้ประสานงานด้านเวชภัณฑ์จำเป็นและเทคโนโลยีสุขภาพองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า มีบางประเทศที่ได้ไปทำข้อตกลงขอซื้อวัคซีนและกำลังจะได้รับในอีกไม่เดือนข้างหน้านี้ แต่บางประเทศก็อาจจะได้วัคซีนก็ต้องเป็นช่วงกลางปีหรือปลายปีหน้า เรื่องนี้สำคัญมากที่ต้องย้ำให้ตระหนักกันว่าไม่ได้ทุกประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโคแวกซ์ ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะได้รับวัคซีนก็คงประมาณไตรมาสที่สองของปีหน้าเป็นต้นไป สำหรับโครงการโคแวกซ์นั้นก่อตั้งขึ้นมาโดยองค์การอนามัยโลกร่วมกับพันธมิตรวัคซีน GAVI กับ CEPI พันธมิตรโลกที่ร่วมกันต่อสู้การแพร่ระบาดใหญ่โดยตั้งเป้าให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนได้ทั่วโลก

ผู้แทนขององค์การอนามัยโลกยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มเสี่ยงควรจะได้รับวัคซีนก่อน เพราะวัคซีนที่ได้มานั้นยังคงมีปริมาณจำกัด
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกขอเตือนด้วยว่า การจัดฉีดวัคซีนปริมาณมากนั้นไม่สามารถที่จะหยุดยั้งไวรัสได้ รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องปรับแผนหรือทัศนคติใหม่สำหรับมาตรการระยะยาวหากพบการติดเชื้อรายใหม่ขึ้นมาอีก รวมถึงการเพิ่มการตรวจคัดกรอง ระบบการติดตามหาตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดและมาตรการกักกันโรค โดย ดร.บาบูทันเดน โอโลโวคูเร ผู้อำนวยการฉุกเฉินประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า ไวรัสไม่มีทางพัก ดังนั้นเราควรจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง อยากขอให้คนหนุ่มสาว ซึ่งพบว่ามีการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในคนกลุ่มนี้จงช่วยกันรักษาระยะห่างทางสังคมและปฏิบัติตามมาตรการอื่นๆ ด้วย

องค์การอนามัยโลกระบุด้วยว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีประชากร 1,900 ล้านคนใน 37ประเทศและดินแดน ส่วนทั่วโลกพบการติดเชื้อสะสมกว่า 74 ล้านคนแล้ว รักษาหายกว่า 41.9 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 1.6 ล้านคน

This entry was posted in News.